ทำ ประกันภัยคีย์แมน ประหยัดภาษีได้จริงหรือไม่

ทำ ประกันภัยคีย์แมน ประหยัดภาษีได้จริงหรือไม่

ในปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักจะประกอบธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคล ดังนั้นการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ จะต้องใช้เวลาหลายปีทีเดียว ผู้ก่อตั้งบริษัทต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจในการบริหารจัดการอย่างหนักและต้องใช้เงินในการลงทุนจำนวนมาก เพื่อความสำเร็จและความมั่นคงของบริษัท 

นอกจากนี้เจ้าของกิจการหรือผู้บริหารระดับสูงของบริษัท มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการจัดการบริษัท เพื่อให้บริษัทประสบความสำเร็จ และอยู่รอดปลอดภัย ไม่มีความเสี่ยงเข้ามากระทบกับกิจการ ในการบริหารงานดังกล่าวนั้นจึงต้องใช้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดี เพื่อความเจริญก้าวหน้าของกิจการ ดังนั้นจึงมีกิจการจำนวนไม่น้อยที่มีการวางแผนทำประกันสำหรับผู้บริหาร กรรมการบริษัท รวมถึงบุคคลสำคัญภายในบริษัท หรือที่เรียกว่า ประกันภัยคีย์แมน หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเกิดการสูญเสียผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหรือทุพลภาพจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ ก็จะทำให้กิจการได้รับผลกระทบไปด้วย แล้วข้อมูลเกี่ยวกับการทำ ประกันภัยคีย์แมน มีอะไรบ้าง มาศึกษาไปพร้อมๆ กัน ได้จากบทความที่จะนำเสนอดังต่อไปนี้

ประกันภัยคีย์แมนคืออะไร 

ประกันภัยคีย์แมน หรือ การทำประกันชีวิตให้กับบุคคลสำคัญภายในองค์กร คือ การวางแผนคุ้มครองธุรกิจในกรณีที่ผู้บริหารระดับสูง เจ้าของกิจการ หรือพนักงานที่มีหน้าที่สำคัญของบริษัท ถ้าเกิดประสบเหตุจนไม่สามารถปฏิบัติงานหรือประกอบกิจการได้ เช่น ทุพลภาพ หรือเสียชีวิต เพื่อเป็นการรับประกันว่าธุรกิจจะต้องดำเนินต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก และเพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าของธุรกิจหรือผู้ถือหุ้นในขณะที่ต้องเสียบุคคลสำคัญไป 

นอกจากนี้ ประกันภัยคีย์แมนยังเป็นมาตรการเพื่อเยียวยาความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บริษัท กรณีสูญเสียคีย์แมนของบริษัทไป ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของบริษัทในการสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับบริษัทหากสูญเสียบุคคลดังกล่าว ซึ่งหากบุคคลนั้นเป็นเจ้าของบริษัทหรือผู้ถือหุ้นคนสำคัญของบริษัท หรือกรณีที่บุคคลนั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงและรายได้หลักของบริษัทก็ได้มาจากความมีชื่อเสียงของบุคคลผู้นั้น อาจทำให้สูญเสียผลกำไรหรือผลประกอบการของบริษัทไป ซึ่งบางบริษัทอาจถึงขั้นปิดบริษัทเลยก็ได้ ดังนั้นการทำประกันภัยคีย์แมน จึงเป็นการประกันผลกำไร หรือประกันความเสียหายที่อาจสูญเสียไปพร้อมกับบุคคลสำคัญเหล่านั้น 

ประกันภัยคีย์แมนเป็นรายจ่ายทางภาษีได้

การที่กิจการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และทำสวัสดิการให้กับกรรมการโดยนิติบุคคลเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันให้กับกรรมการผู้ที่เป็นบุคคลสำคัญของกิจการ เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นคงและยังเป็นการวางแผนทางด้านการเงินของนิติบุคคล เพราะสามารถนำเบี้ยที่จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายของนิติบุคคลได้ถูกต้องตามหลักสรรพากร ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.เบี้ยประกันชีวิตของกรรมการถือเป็นรายจ่ายของนิติบุคคลได้ 100% 

2.ใบเสร็จรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยนำมาเป็นหลักฐานในการบันทึกค่าใช้จ่ายของนิติบุคคลได้ ไม่เป็นรายจ่ายต้องห้าม 

3.เป็นการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายในธุรกิจของตนเอง

4.เป็นรายจ่ายทำเพื่อหาผลกำไร

5.เป็นรายจ่ายทำเพื่อกิจการ

6.เงินค่าภาษีอากรที่บริษัทออกให้กับกรรมการถือเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้โดยไม่ต้องห้าม

7.เงินค่าเบี้ยประกันชีวิตและเงินค่าภาษีอากรที่บริษัทออกให้ เข้าลักษณะเป็นประโยชน์เพิ่มที่กรรมการได้รับ ถือเป็นเงินได้ของกรรมการ ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

8.ผลประโยชน์จากกรมธรรม์เป็นเงินได้พึงประเมิน ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

9.กรณีที่บริษัทนายจ้างออกค่าเบี้ยประกันชีวิตให้แก่ลูกจ้างหรือกรรมการของบริษัท ย่อมถือเป็นเงินได้ของลูกจ้าง หรือกรรมการแต่ละคน เท่ากับว่าลูกจ้างหรือกรรมการแต่ละคนเป็นผู้เอาประกันชีวิตเอง จึงสามารถนำเบี้ยประกันที่นายจ้างออกให้ดังกล่าวมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 172 ข้อ 2)  (ข้อมูลจาก สมาคมประกันชีวิตไทย)

นอกจากนี้ในการดำเนินกิจการทำธุรกิจส่วนใหญ่มักจะคำนึงถึงรายจ่ายในการดำเนินงาน ในด้านจะต้องจำกัดค่าใช้จ่ายให้มีน้อยที่สุด เพื่อที่กิจการจะได้มีกำไรสุทธิสูงที่สุด แต่ในทางกลับกันในด้านของการเสียภาษีนั้น เจ้าของกิจการกลับเปลี่ยนแนวความคิดว่าต้องมีรายจ่ายให้มากขึ้น เพื่อให้จำนวนกำไรสุทธิลดลงเพื่อที่จะได้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้น้อยลง ซึ่งปัจจุบันผู้บริหารทั้งหลายจะไม่ซื้อประกันภัยคีย์แมนด้วยเงินส่วนตัวแล้ว แต่ใช้เงินของบริษัทมาซื้อประกันภัยคีย์แมนแทน เพราะบริษัทสามารถนำค่าเบี้ยประกันภัยคีย์แมนที่ออกให้กับบุคคลสำคัญทั้งหมดมาลงเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้เต็มจำนวนอีกด้วย

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการทำประกันภัยคีย์แมน จึงควรกำหนดคำนิยามของคำว่า ผู้บริหาร หรือพนักงาน ไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยคีย์แมนว่าหมายถึงบุคคลใดบ้าง รวมถึงกำหนดรูปแบบของกรมธรรม์ไว้ให้ชัดเจน และควรกำหนดวิธีการคำนวณทุนประกันภัยคีย์แมนไว้ให้ชัดเจนด้วยเช่นกัน ควรใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันในการทำสัญญาประกันภัยคีย์แมน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดต่อองค์กร นอกจากนี้กิจการที่ทำประกันภัยคีย์แมนสามารถนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ แต่จะต้องได้รับอนุมัติจากมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทเท่านั้น กรรมการไม่สามารถอนุมัติเองได้ ทั้งนี้ต้องเข้าเงื่อนไขประกันภัยคีย์แมนอีกด้วย ดังนั้นหากกิจการยังไม่มั่นใจว่าการทำประกันภัยคีย์แมนมีผลดีจริงหรือ สามารถปรึกษาสำนักงานบัญชีภาษีที่มีคุณภาพ เพื่อจะได้รับคำแนะนำและข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *